เผยแพร่ผลงานครู » วิทยาศาสตร์

เลือกห้อง >>

วิทยาศาสตร์

การพัฒนาชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es)
[ โดย kruinfo ชม 347 ]
ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์ วิชาเคมีเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้รายงาน นางสาวธาริณี สิทธิ ปีที่ศึกษา 2553 หน่วยงาน โรงเรียนกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 28 กระทรวงศึกษาธิการ บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาชุดการเรียน ตามกระบวน การสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์ รายวิชาเคมีเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียน โดยใช้ชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์รายวิชาเคมีเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์รายวิชาเคมีเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนการสอนโดยใช้ชุดการเรียนตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์ รายวิชาเคมีเพิ่มเติม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 โรงเรียนกำแพง อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2553 ที่เลือกเรียนรายวิชาเคมีเพิ่มเติม จำนวน 40 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แผนการจัดการเรียนรู้ ชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ต่อการใช้ชุดการเรียน ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5Es) เรื่องพันธะโคเวเลนต์สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t
เผยแพร่ผลงาน "บทความวิจัย" และ "แผนการจัดการเรียนรุ้ประกอบการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติิม เกี่ยวกับทรัพยากกรในท้องถิ่น"
[ โดย kruinfo ชม 260 ]
ชื่องานวิจัย การพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชื่อผุ้วิจัย นางเรวดี ศิลาโชติ หน่วยงาน โรงเรียนบ้านหนองคล้าพงษ์ทอง กลุ่มโรงเรียนบึงสามัคคี สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากำแพงเพชร เขต 2 บทคัดย่อ การวิจัยในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาหนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนการสอนโดยใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ (1)หนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น จำนวน 8 เรื่องคือ ทรัพย์ในท้องถิ่น, ดิน, หิน, น้ำ, อากาศ, ป่าไม้และสัตว์ป่า, แร่ธาตุ และแหล่งพลังงาน ที่ลานกระบือ (2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และ (3) แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ค่าร้อยละ ค่าประสิทธิภาพของนวัตกรรม (E1/E2) และการทดสอบค่าคะแนน t (t-test Dependent) ผลการวิจัย พบว่า 1.หนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีประสิทธิภาพเท่ากับ 81.43/81.83 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้คือ 80/80 2.นักเรียนที่เรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3.นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยหนังสืออ่านเพิ่มเติม เกี่ยวกับทรัพยากรในท้องถิ่น ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.59 Key word : หนังสืออ่านเพิ่มเติม, สื่อการสอน, วิทยาศาสตร์, สิ่งแวดล้อมศึกษา, สิ่งแวดล้อม,หลักสูตรท้องถิ่น, การอนุรักษ์, ทรัพยากรธรรมชาติ, บูรณาการ, เศรษฐกิจพอเพียง แผนการจัดการเรียนรู้ บทความวิจัย
รายงานผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด พืชและสัตว์ในท้องถิ่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
[ โดย kruinfo ชม 359 ]
ชื่อเรื่อง รายงานผลการใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ชุด พืชและสัตว์ ในท้องถิ่น จังหวัดสุราษฎร์ธานี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัย ปิยะมาศ ภู่พันธ์ศรี
ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้ เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต
[ โดย kruinfo ชม 261 ]
ชื่อเรื่องวิจัย : การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ชื่อผู้วิจัย : นางกาญจนา แป้นแก้ว ปีการศึกษาที่ทำการวิจัย : 2553 บทคัดย่อ การวิจัยเรื่องนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลอง มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อสร้างและพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ให้มีค่าประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 และ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านกะลัน อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 ที่ใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบ้านกะลัน อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 1 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้น มีดังนี้ 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น มีจำนวน 4 บท 2) คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 16 แผน และชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต จำนวน 4 บท และ 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ที่ผู้วิจัยได้สร้างขึ้นเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 3 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า 1. ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ตั้งไว้ คือ 87.18/85.65 2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมการเรียนรู้ตามกระบวนการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง สิ่งมีชีวิตกับกระบวนการดำรงชีวิต มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือตามเทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้ชุดกิจกรรมชุมนุมวิทยาศาสตร์ เรื่อง กว๊านพะเยา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
[ โดย kruinfo ชม 553 ]
การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือตามเทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้ ชุดกิจกรรมชุมนุมวิทยาศาสตร์ เรื่อง กว๊านพะเยา สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีจุดมุ่งหมายของการวิจัย เพื่อสร้างและพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบร่วมมือตามเทคนิคการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้ชุดกิจกรรมชุมนุมวิทยาศาสตร์ เรื่อง กว๊านพะเยา ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชุมนุมวิทยาศาสตร์ของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เพื่อศึกษาเจตคติของนักเรียนที่มีต่อการอนุรักษ์กว๊านพะเยา วิธีดำเนินการวิจัยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ดังนี้ การพัฒนาและหาประสิทธิภาพ ของชุดกิจกรรม โดยผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบความเหมาะสมสอดคล้องของชุดกิจกรรม นำไปหาประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบประเมินความสอดคล้องของชุดกิจกรรม แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดเจตคติของนักเรียนในการอนุรักษ์กว๊านพะเยา และชุดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 ชุด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าดัชนีความสอดคล้อง การหาประสิทธิภาพและคุณภาพของชุดกิจกรรม การทดลองใช้ชุดกิจกรรม กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียนสังกัดเทศบาลเมืองพะเยา จำนวน 249 คน แบบแผนการวิจัยที่ใช้ คือ One
การพัฒนาการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้า โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปทุมคงคาอนุสรณ์
[ โดย kruinfo ชม 303 ]
ชื่องานวิจัย การพัฒนาการเรียนรู้เรื่องไฟฟ้า โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนปทุมคงคาอนุสรณ์ ผู้เขียน นางเดือนเพ็ญ อ่องทวีสุข โรงเรียนปทุมคงคาอนุสรณ์ อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 ปีการศึกษา 2553 /2// บทคัดย่อ การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาเอกสารประกอบการเรียน เรื่องไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2553 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์มาตรฐาน 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้เอกสารประกอบการเรียน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยใช้เอกสารประกอบการเรียน เรื่องไฟฟ้า กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 13 คน โรงเรียนปทุมคงคาอนุสรณ์ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 15 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ชนิด 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ และแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนต่อการเรียนรู้ด้วยเอกสารประกอบการเรียนเรื่องไฟฟ้า แบบมาตราส่วนประมาณค่า จำนวน 20 ข้อ ใช้เวลาในการเก็บข้อมูล 30 ชั่วโมง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ คือค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบ t-test ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้ 1. เอกสารประกอบการเรียนเรื่องไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2553 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนดไว้ 2. ผู้เรียนที่เรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่องไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนเรื่องไฟฟ้า ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก

ยอดนิยม