เผยแพร่ผลงานครู » สายศิลป์ » งานวิจัยในชั้นเรียน

งานวิจัยในชั้นเรียน
โดย kruinfo วันที่ 05 มี.ค. 2555 23:18:16 ดู 2,976 ครั้ง

ชื่องานวิจัย : งานวิจัยในชั้นเรียน

โดย : ครูมนตรี ฝ่ายเดช

บทคัดย่อ
บทที่ 1
บทนำ
1. ความเป็นมาและความสำคัญ
การพัฒนานักเรียนให้เป้นบุคคลที่มีคุณภาพทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความสามารถ มีคุณธรรม จริยธรรม และมีชีวิตที่เป็นสุขตามที่สังคมมุ่งหวังโดยผ่านกระบวนการทางการศึกษานั้น นอกจากจะดำเนินการส่งเสริมสนับสนุนนักเรียน การป้องกัน และการช่วยเหลือแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียนย่อมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งประการหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพของการเรียนของนักเรียน เนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งทางด้สนการสื่อสารเทคโนโลยีต่างๆ ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบต่อผู้คนในเชิงบวกแล้ว ในเชิงลบก็ปรากฎเช่นกัน เป็นต้นว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการระบาดของสารเสพติด ปัญหาการแข่งขันของสังคมในรูปแบบต่างๆ ปัญหาครอบครัว ปัญหานักเรียนติดเกมส์คอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อให้เกิดความทุกข์ ความวิตกกังวล ความเครียด การปรับตัวไม่เหมาะสมกับกระแสการเปลี่ยนแปลง หรืออื่นๆ ที่เป็นผลเสียต่อสุขภาพจิต และสุขภาพกายของทุกคนที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ภาพความสำเร็จที่เกิดจากการพัฒนานักเรียนให้เป็นไปตามความมุ่งหวังนั้น จึงต้องอาศัยความร่วมมือกับผู้ปกครอง ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งทางบ้าน และทางโรงเรียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูที่ปรึกษาซึ่งเป็นหลักสำคัญในการดำเนินการต่างๆ เพื่อดูแลเอาใจใส่ ช่วยเหลือนักเรียนอย่างใกล้ชิดด้วยความรักและเมตตาที่มีต่อศิษย์ ในการให้ความช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลนั้น ครูที่ปรึกษาจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจในจิตวิทยา พฤติกรรมของนักเรียนโดยเฉพาะนักเรียนที่กำลังเป็นวัยรุ่น โดยมีเครื่องมือ เทคนิค วิธีการส่งเสริมพัฒนานักเรียนให้สามารถปรับตัว และพัฒนาตนเองได้ตามศักยภาพ ดังพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตราที่ 6 การจัดการศึกษาได้กำหนดความมุ่งหมายไว้ว่า ต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งทางร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต สามารถอยู่กับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ซึงสอดคล้องกับมาตรฐานด้านผลผลิต คือนักเรียน ในการประกันคุณภาพการศึกษา มาตรฐานที่ 4 ที่มุ่งเน้นให้นักเรียมีคุณธรรมจริยธรรม และมีค่านิยมที่พึงประสงค์ มาตรฐานที่ 5 มีสุนทรียภาพและลักษณะนิสัยด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา มาตรฐานที่ 6 รู้จักตนเอง พึ่งตนเองได้ และมีบุคคลิกภาพดี มาตรฐานที่ 7 มีสุขนิสัย สุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี ปลอดจากสิ่งเสพติดให้โทษ
ดังนั้นการดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นรายบุคคลจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้นักเรียนมีคุณภาพ ตามมาตรฐานดังกล่าว ครูที่ปรึกษาจึงต้องให้ความสนใจดูแลเอาใจใส่ ให้ความช่วยเหลือนักเรียนเป็นที่ปรึกษาอย่างใกล่ชิดเป็นพิเศษ เพื่อให้นักเรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและเติบโตเป็นเยาวชนที่ดีมีคุณภาพ เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติต่อไปในอนาคต
2. วัตถุประสงค์
1. เพื่อรู้จักข้อมูลนักเรียนในที่ปรึกษาเป็นรายบุคคลในด้านต่างๆ
2. เพื่อศึกษาพฤติกรรม และให้ความช่วยเหลือนักเรียนที่ได้จากการคัดกรองตามกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา และกลุ่มปกติ

3. ขอบเขตของการศึกษา
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 24 คน ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์
สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี

4. นิยามศัพท์
1. นักเรียน หมายถึง นักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 จำนวน 24 คน ปีการศึกษา 2552 โรงเรียนสวนป่าเขาชะอางค์ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี
2. นักเรียนกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา หมายถึง นักเรียนที่จัดอยู่มนเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา ตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องให้ความช่วยเหลือป้องกัน หรือแก้ปัญหาตามแต่กรณี
3. นักเรียนกลุ่มปกติ หมายถึง นักเรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียนแล้ว อยู่ในเกณฑ์ปกติ
4. เครื่อมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล หมายถึง แบบประเมิน แบบสอบถาม แบสัมภาษณ์ แบบทดสอบทางจิตวิทยาประเภทต่างๆ ได้แก่
4.1 แบบสอบถามประวัตินักเรียน แบบสัมภาษณ์ แบบบันทึกการเยี่ยมบ้าน
4.2 แบบประเมินตนเอง SDQ ( ฉบับนักเรียนประเมินตนเอง ) และครูเป็นผู้ประเมิน
4.3 แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ EQ
4.4 แบบสำรวจปัญหาการเรียนระดับม.ต้น
4.5 แบบทดสอบศักยภาพในการเรียนต่อระดับม.ต้น

5. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1. ครูที่ปรึกษาได้รู้จักนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของตนเป็นรายบุคคลอย่างละเอียด
2. ครูที่ปรึกษาได้เข้าใจในพฤติกรรมด้านต่างๆ ของนักเรียน และให้ความช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่พร้อมทั้งส่งเสริมพัฒนานักเรียนเป็นรายบุคคลได้อย่างเต็มศักยภาพ
3. ครูประจำวิชา ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน มีความเข้าใจ ให้ความช่วยเหลือนักเรียนแต่ละคนได้อย่างถูกต้อง


บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

1. ความหมายของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ( กรมสุขภาพจิต 2544 : 15 ) ได้อธิบายว่า เป็นกระบวนการดำเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีขั้นตอน พร้อมด้วยวิธีการและเครื่องมืการทำงานที่ชัดเจนโดยครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการกำเนินการดังกล่าว และมีการประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับครูที่เกี่ยวข้อง หรือบุคลากรภายนอก มีกระบวนการดำเนินงาน และกำหนดวิธี มีเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจน มีมาตรฐานและมีหลักฐานการดำเนินงานที่ตรวจสอบได้ รวมทั้งการสนับสนุนส่งเสริมจากโรงเรียนดังนั้นระบบการดูช่วยเหลือนักเรียนจึงเป็นระบบที่มีมาตรฐาน สามารถดำเนินการเพื่อประกันคุณภาพได้
การดูแลช่วยเหลือ หมายถึง การส่งเสริม การป้องกันและการแก้ไขปัญหา โดยมีวิธีการและเครื่องมือสำหรับครูที่ปรึกษาและบุคลากรที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการดำเนินงานพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และปลอดภัยจากสารเสพย์ติด

2. องค์ประกอบของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
ระบบดุแลช่วยเหลือนักเรียน (กรมสุขภาพจิต 2544 : 19 ) ได้กล่าวว่า เป็นกระบวนการดำเนินงานที่มีองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ คือ
2.1 การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
2.2 การคัดกรองนักเรียน
2.3 การส่งเสริมนักเรียน
2.4 การป้องกันและแก้ไขปัญหา
2.5 การส่งต่อ
แต่ละองค์ประกอบของระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนดังกล่าว มีความสำคัญ มีวิธีการและเครื่องมือที่แตกต่างกันไป แต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งเอื้อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

3. ความสำคัญของการรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล
ด้วยความแตกต่างขแงนักเรียนแต่ละคนที่มีพื้นฐานความเป็นมาของชีวิตที่ไม่เหมือนกัน หล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนั้นการรู้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับตัวนักเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ครูที่ปรึกษามีความเข้าใจนักเรียนมากขึ้น
สามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อการคัดกรองนักเรียนเป็นประโยชน์ในการส่งเสริม การป้องกันและแก้ไขปัญหานักเรียนได้ถูกทางซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ มิใช่การให้ความรู้สึกหรือคาดเดาโดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหานักเรียน ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดข้อผิดพลาดต่อการช่วยเหลือนักเรียนหรือเกิดขึ้นน้อยที่สุด

ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนที่ควรทราบ
ข้อมูลนักเรียน รายละเอียดข้อมูลพื้นฐานที่ควรทราบ
1. ด้านความสามารถ
1.1 ด้านการเรียน





1.2 ด้านความสามารถอื่น ๆ
- ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในแต่ละวิชา
- ผลการเรียรเฉลี่ยในแต่ละภาค
- พฤติกรรมการเรียนในห้องเรียนที่มีผลต่อการเรียนรู้ของนักเรียน เช่นไม่ตั้งใจเรียน ขาดเรียน เป็นต้น
- อื่นๆ ฯลฯ
- บทบาทหน้าที่พิเศษในโรงเรียน
- ความสามารถพิเศษ
- การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน
- อื่นๆ ฯลฯ
2. ด้านสุขภาพ
2.1 ด้านร่างกาย



2.2 ด้านจิตใจ - พฤติกรรม
- ส่วนสูง น้ำหนัก
- โรคประจำตัว ความบกพร่องทางร่างกาย เช่น การได้ยิน การมองเห็น
- อื่นๆ ฯลฯ
- อารมณ์ซึมเศร้า /วิตกกังวล
- ความประพฤติ
- พฤติกรรมอยู่ไม่นิ่ง /สมาธิสั้น
- บุคลิกภาพเก็บตัว /ขี้อาย
- อื่นๆ ฯลฯ
3. ด้านครอบครัว
3.1 ด้านเศรษฐกิจ
- รายได้ของบิดา มารดาและผู้ปกครอง
- อาชีพของผู้ปกครอง
- ค่าใช้จ่ายที่นักเรียนรับในการมาโรงเรียน
ข้อมูลนักเรียน รายละเอียดข้อมูลพื้นฐานที่ควรทราบ
4. ด้านการคุ้มครองนักเรียน - จำนวนพี่น้อง / บุคคลในครอบครัว
- สถานภาพของบิดามารดา
- บุคคลที่ดุแลรับผิดชอบนักเรียน
- ความสัมพันธ์ของบุคคลในครอบครัว
- ลักษณะที่อยู่อาศัยและสิ่งแวดล้อม
- ความเจ็บป่วยของบุคคลในครอบครัว หรือกาใช้สิ่งเสพย์ติด การติดสุรา การพนัน เป็นต้น
- อื่นๆ ฯลฯ


4. ความสำคัญของการคัดกรองนักเรียน
การคัดกรองนักเรียน เป็นการพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวนักเรียนเพื่อจัดกลุ่มนักเรียนเป็น 2 กลุ่ม คือ
4.1 กลุ่มปกติ คือ นักเรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียนแล้วอยู่ในเกณฑ์จองกลุ่มปกติ
4.2 กลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา คือนักเรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหาตามเกณฑ์การคัดกรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องให้ความช่วยเหลือ ป้องกันหรือแก้ปัญหาตามแต่กรณีการคัดกรองนักเรียนนี้ มีประโชน์ต่อครูที่ปรึกษาในการหาวิธีการเพื่อดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการแก้ปัญหาโดยตรงกับปัญหาของนักเรียน และมีความรวดเร็วในการแก้ปัญหา เพราะมีข้อมูลนักเรียนในด้านต่างๆ ซึ่งหากครูที่ปรึกษาไม่ได้คัดกรองนักเรียนแล้ว ความชัดเจนในเป้าหมายเพื่อการไขปัญหาของนักเรียนจะมีน้อยลง มีผลต่อความรวดเร็วในการช่วยเหลือ ซึ่งบางกรณีจำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน
ผลการคัดกรอง ครูที่ปรึกษาจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งที่จะไม่ทำให้นักเรียนรับรู้ได้ว่าถูกจัดกลุ่มในกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา ซึ่งมีความแตกต่างจากกลุ่มปกติ โดยเฉพาะนักเรียนวัยรุ่นที่มีความไวต่อการรับรู้(Sensitive) แม้ว่านักเรียนจะรู้ตัวดีว่า ขณะนี้ตนมีพฤติกรรมอย่างไรหรือประสบปัญหาใดก็ตามและเพื่อเป็นการป้องกันการล้อเรียนในหมู่เพื่ออีกด้วย ดังนั้นครูที่ปรึกษาต้องเก็บผลการคัดกรองนักเรียนเป็นความลับ นอกจากนี้ครูที่ปรึกษามีการประสานงานกับผู้ปกครองเพื่อทำการช่วยเหลือนักเรียน ก็ควรระมัดระวังการสื่อสารที่ทำให้ผู้ปกครองเกิดความรู้สึกว่าบุตรหลานของตนถูกจัดอยู่ในกลุ่มผิดปกติ แตกต่างจากเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ซึ่งอาจมีผลเสียต่อนักเรียนในภายหลังได้
5. แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการคัดกรองนักเรียน
การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการคัดกรองนักเรียนนั้น ให้อยู่ในดุลพินิจของครูที่ปรึกษา และยึดถือเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนของโรงเรียนเป็นหลักด้วย ดังนั้นโรงเรียนจึงควรมีการประชุมเพื่อการพิจารณาเกณฑ์การจัดกลุ่มนักเรียนร่วมกัน เพื่อให้มีมาตรฐานหรือแนวทางการคัดกรองนักเรียนที่เหมือนกัน เป็นที่ยอมรับของครูในโรงเรียน รวมทั้งให้มีการกำหนดเกณฑ์ว่าความรุนแรง หรือความถี่ของพฤติกรรมเท่าใดจึงจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา
สำหรับประเด็นการพิจารณาเพื่อจัดทำเกณฑ์การคัดกรองนักเรียนแต่ละด้านมีตัวอย่างตามตารางต่อไปนี้

ข้อมูลนักเรียน ประเด็นการพิจารณา แหล่งข้อมูล
1. ด้านความสามารถ
1.1 ด้านการเรียน
1. ผลการเรียนที่ได้และความเปลี่ยนแปลงด้านผลการเรียน
2. ความเอาใจใส่ ความพร้อมในการเรียน
3. ความสามารถในการเรียน
4. ความสม่ำเสมอในการมาโรงเรียน
- ระเบียนสะสม
- วิธีการอื่นๆ เช่นการสังเกตพฤติกรรมนักเรียน การได้ข้อมูลจากครูที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน การได้ข้อมูลจากผู้ปกครอง ญาติ เป็นต้น
1.2 ด้านความสามารถอื่นๆ
1. การแสดงออกถึงความสามารถที่มี
2. ความถนัด ความสนใจ และผลงานในอดีตที่ผ่านมา
3. บทบาทหน้าที่พิเศษในโรงเรียน
4. การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ - ระเบียนสะสม
- วิธีการอื่นๆ เช่นการได้ข้อมูลจากเพื่อนนักเรียน แฟ้มผลงาน พฤติกรรมที่แสดงออกของนักเรียน เป็นต้น






ข้อมูลนักเรียน ประเด็นการพิจารณา แหล่งข้อมูล
2. ด้านสุขภาพ
2.1 ด้านร่างกาย
1.ความปกติ ความพิการ หรือความบกพร่องทางร่างกาย เช่น การมองเห็น การได้ยิน เป็นต้น
2. โรคประจำตัว
3. ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักกับส่วนสูง
4. ความสะอาดของร่างกาย
- ระเบียนสะสม
- จากการสอบถามจากครูพยาบาลจากแบบันทึกการตรวจสุขภาพของนักเรียน เป็นต้น
2.2 ด้านจิตใจ /พฤติกรรม 1. สภาพอารมณ์ที่มีผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน เช่น ความวิตกกังวล หรือซึมเศร้า
2. ความประพฤติ
3. พฤติกรรมต่างๆที่มีผลกระทบต่อการเรียน ความสามารถพิเศษ และการปรับตัวของนักเรียน เช่นพฤติกรรมที่ไม่อยู่นิ่ง สมาธิสั้น
4. ความสัมพันธ์กับเพื่อน / ครู / ผู้ปกครอง การใช้สารเสพติด การลักขโมย การทำร้ายตนเอง พฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น - ระเบียนสะสม
- แบบประเมินพฤติกรรมนักเรียน(SDQ)
- แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)
- แบบสำรวจปัญหาการเรียน และชีวิต
- วิธีการอื่นๆ เช่นการสังเกตพฤติกรรม การได้ข้อมูลจากเพื่อนนักเรียน จากแบบสอบถาม









ข้อมูลนักเรียน ประเด็นการพิจารณา แหล่งข้อมูล
3. ด้านครอบครัว
3.1 ด้านเศรษฐกิจ
1. ผู้หารายได้ให้ครอบครัว
2. ฐานะเศรษฐกิจของครอบครัว
3. ความเพียงพอของรายรับกับรายจ่าย
4. จำนวนเงินที่นักเรียนได้รับและใช้จ่ายในแต่ละวัน
- ระเบียนสะสม
- วิธีการอื่นๆ เช่นการได้ข้อมูลจากเพื่อนนักเรียน จากแบบสอบถามการสอบถามตัวต่อตัว เป็นต้น
3.2 ด้านการคุ้มครองนักเรียน 1. ความสามารถในการคุ้มครองดูแลนักเรียนได้อย่างปลอดภัย และเหมาะสมของผู้ปกครอง
2. ความเหมาะสมของสภาพที่อยู่อาศัย และสภาพแวดล้อม
3. ความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว - ระเบียนสะสม
- วิธีการอื่นๆ เช่นการสังเกต พฤติกรรม การได้ข้อมูลจากเพื่อนนักเรียน จากแบบสอบถาม

ข้อมูลนักเรียน ประเด็นการพิจารณา แหล่งข้อมูล
4. ด้านอื่นๆ เช่นด้านเพศ เป็นต้น
พฤติกรรมอื่นๆที่เปลี่ยนแปลงจากเดิม ซึ่งอาจเป็นไปในทางที่ดีขึ้น หรือมีความไม่เหมาะสมสม ที่ส่งผลกระทบต่อความสามารถ สุขภาพ และการดำเนินชีวิตประจำวันของนักเรียน การสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน
การสัมภาษณ์นักเรียน จากแหล่งข้อมูลต่างๆ เช่นเพื่อนนักเรียน
เป็นต้น








6. การส่งเสริมนักเรียน
การส่งเสริมนักเรียนเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ในความดูแลของครูที่ปรึกษาไม่ว่าจะเป็นนักเรียนกลุ่มปกติ หรือกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา ให้มีคุณภาพมากขึ้น มีความภาคภูมิใจในตนเองด้านต่างๆ ซึ่งจะช่วยป้อกันมิให้นักเรียนที่อยู่ในกลุ่มปกติกลายเป็นนักเรียนกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา และเป็นการช่วยเหลือนักเรียนกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหา กลับมาเป็นนักเรียนกลุ่มปกติ และมีคุณภาพตามที่โรงเรียน หรือชุมชนคาดหวังต่อไป
การส่งเสริมนักเรียนมีหลายวิธีที่ครูที่ปรึกษาสามารถพิจารณาดำเนินการได้ แต่มีกิจกรรมหลักสำคัญที่ครูที่ปรึกษาต้องดำเนินการ คือ การจัดกิจกรรมโฮมรูม และการจัดประชุมผู้ปกครองในชั้นเรียน

7. การป้องกันและการช่วยเหลือนักเรียน
ความสำคัญในการช่วยเหลือนักเรียน อยู่ที่ครูที่ปรึกษาควรให้ความสำคัญ ความเอาใจใส่กับนักเรียนทุกคนเท่าเทียมกัน แต่สำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง / มีปัญหาเท่านั้น จำเป็นอย่างมากที่ต้องให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิด และหาวิธีช่วยเหลือ ทั้งการป้องกัน และการแก้ไขปัญหา โดยไม่ปล่อยปละละเลยนักเรียน จนกลายเป็นปัญหาของสังคม การป้องกัน และการแก้ไขปัญหาของนักเรียนจึงเป็นภาระงานที่ยิ่งใหญ่ และมีคุณค่าอย่างมากในการพัฒนาให้นักเรียนเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป
การป้องกันและแก้ไขปัญหาให้กับนักเรียนนั้นมีหลายเทคนิควิธีการ แต่สิ่งที่ครูที่ปรึกษาจำเป็นต้องดำเนินการ มี 2 ประการ คือ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการการจัดกิจกรรมเพื่อป้องกันการแก้ไขปัญหา

8. การส่งต่อนักเรียน
ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนโดยครูที่ปรึกษานั้นมีบางกรณีที่มีปัญหา มีความยากต่อการช่วยเหลือ หรือช่วยเหลือแต่นักเรียนมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้น ก็ควรดำเนินการต่อผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านต่อไป เพื่อให้ปัญหาของนักเรียนได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกทางและรวดเร็วขึ้น หากปล่อยให้เป็นบทบาทของหน้าที่ของครูที่ปรึกษา หรือครูคนใดคนหนึ่ง ความยุ่งยากของปัญหาอาจมีมากขึ้น หรือลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โตจนยากต่อการแก้ไขปัญหา
การส่งต่อ แบ่งออกเป็น 2 กรณี คือ
8.1 การส่งต่อภายใน กระทำโดยครูที่ปรึกษา ส่งต่อไปยังครูที่มีความสามารถให้ความช่วยเหลือนักเรียนได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะของปัญหา เช่น ครูแนะแนว ครูพยาบาล ครูประจำวิชา หรือ ฝ่ายปกครอง เป็นต้น
8.2 การส่งต่อภายนอก ครูแนะแนวหรือฝ่ายปกครองเป็นผู้ดำเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญภายนอก

สำหรับการส่งต่อภายใน หากส่งส่งต่อไปยังครูแนะแนว หรือฝ่ายปกครอง จะเป็นกรณีปัญหาที่ยากต่อการช่วยเหลือของครูที่ปรึกษา เช่นปัญหาเกี่ยวกับจิตใต ความรู้สึก ปัญหาพฤติกรรมที่ซับซ้อน หรือรุนแรง เป็นต้น ครูที่ได้รับต่อต้องมีการช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ และประสานงานกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อการช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพ แต่หากเกิดกรณียากต่อการช่วยเหลืออีก ก็ต้องส่งต่อผู้เชี่ยวชาญภายนอกเช่นกัน ดังแผนภูมิแสดงกระบวนการดำเนินงานของครูแนะแนว / ฝ่ายปกครอง

แผนภูมิแสดงกระบวนการดำเนินงานพื่อแก้ไขปัญหานักเรียนของครูแนะแนว / ฝ่ายปกครอง

รับนักเรียนต่อจากครูที่ปรึกษา


ให้การปรึกษาช่วยเหลือ


พฤติกรรมของนักเรียนดีขึ้น หรือไม่ ดีขึ้น ส่งกลับครูที่ปรึกษาให้ดูแลช่วยเหลือ

ไม่ดีขึ้น

ประชุมปรึกษารายกรณี (Case Conference)


พฤติกรรมของนักเรียนดีขึ้น หรือไม่ ดีขึ้น

ไม่ดีขึ้น / ยากต่อการช่วยเหลือ
ส่งต่อผู้เชี่ยวชาญภายนอก



บทที่ 3
วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลและการช่วยเหลือนักเรียน
ขั้นเตรียมการ
1. ศึกษาเอกสารข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบการดูแลและช่วยเหลือนักเรียน
2. จัดทำเอกสาร / แบบฟอร์มสำหรับใช้ในการเก็บข้อมูล
3. กำหนดปฏิทินดำเนินงาน
ขั้นดำเนินการ
1. สำรวจข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับนักเรียนเป็นรายบุคคล ตามเอกสารที่ได้เตรียมการไว้ดังนี้
1.1 ข้อมูลประวัตินักเรียนแต่ละคน
1.2 ข้อมูลการประเมินตนเองของนักเรียน (SDQ)
1.3 ข้อมูลการประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ)
1.4 ข้อมูลการสำรวจพฤติกรรม








ยอดนิยม