เผยแพร่ผลงานครู » ภาษาไทย » รายงานผลการใช้แผนการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบย้อนกลับ (Backward Design) ที่มีต่อการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาล ๓ (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

รายงานผลการใช้แผนการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบย้อนกลับ (Backward Design) ที่มีต่อการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาล ๓ (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง
โดย kruinfo วันที่ 05 มี.ค. 2555 23:18:16 ดู 300 ครั้ง

ชื่องานวิจัย : รายงานผลการใช้แผนการเรียนรู้โดยวิธีการสอนแบบย้อนกลับ (Backward Design) ที่มีต่อการอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนเทศบาล ๓ (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง

โดย : นางสาวกันยารัตน์ เลื่องเชื้อง

บทคัดย่อ
บทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา ๑) เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ(Backward Design) กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ให้ได้ตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ ๘๐/๘๐ ๒) เพื่อเปรียบเทียบดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับกับแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ ๓) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับกับแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่างจริงที่ใช้ในการศึกษาในครั้งนี้ เพื่อการใช้แผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ คือ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนเทศบาล ๓ (บ้านนาตาล่วง) อำเภอเมือง จังหวัดตรัง สังกัดเทศบาลนครตรัง ที่กำลังเรียนอยู่ภาคเรียนที่ ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๒ จำนวน ๒ ห้องเรียน รวมทั้งสิ้น ๔๔ คน โดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) ผลการจับสลากได้ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒/๑ จำนวน ๒๒ คน เป็นกลุ่มทดลองที่จะสอนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ และชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒/๒ จำนวน ๒๒ คน เป็นกลุ่มควบคุมที่จะสอนด้วยวิธีแบบปกติ

เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย
๑) แผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับและแผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้เรียนแบบปกติ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ จำนวน ๒๔ แผน จำนวน ๔ มาตรา คือ มาตราแม่กก แม่กบ แม่กน และแม่กด ซึ่งประกอบด้วย ๖ หน่วยการเรียนรู้
๒) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ซึ่งเป็นข้อสอบชนิดเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก ทั้งหมดจำนวน ๔๐ ข้อ เพื่อใช้ใช้ทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

ผลการศึกษา พบว่า
๑) ผลการหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างจริง จำนวน ๒๒ คน ได้ค่าร้อยละของประสิทธิภาพกระบวนการทำงาน (E๑ ) เท่ากับ ๘๗.๓๙และร้อยละของผลลัพธ์หลังกระบวนการทำงาน (E๒ ) เท่ากับ E๒ เท่ากับ ๙๕.๓๔ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด (๘๐/๘๐) แสดงว่าแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ มีประสิทธิภาพมากพอที่จะใช้เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ ในการเรียนการสอนได้
๒) กลุ่มทดลองที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ย้อนกลับ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ได้ดัชนีประสิทธิผลหรือ E.I เท่ากับ ๐.๗๖ หรือคิดเป็นร้อยละ ๗๖ ซึ่งมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดคือตั้งแต่ ๐.๕๐ ในขณะที่กลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ปกติ เรื่อง การอ่านและการเขียนคำมาตราตัวสะกดที่ไม่ตรงมาตรา ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ ได้ดัชนีประสิทธิผลหรือ E.I เท่ากับ ๐.๖๗ หรือคิดเป็นร้อยละ ๖๗ นั่นคือ อัตราการเรียนรู้ที่ก้าวหน้าจากพื้นความรู้เดิมที่มีอยู่หลังจากผู้เรียนได้เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้ย้อนกลับและแบบปกติ
๓) เมื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนการเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับกับกลุ่ม ควบคุมแผนการจัดการเรียนรู้แบบ พบว่า นักเรียนทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันทางสถิติอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .๐๕
๔) ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียน ของนักเรียนกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับกับกลุ่ม ควบคุมที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติ พบว่า นักเรียนทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันทางสถิติ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .๐๕
๕) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ก่อนและหลังเรียนของกลุ่มทดลองที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ จึงกล่าวได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบย้อนกลับ สูงกว่าก่อนเรียน ( p < .๐๕)
๖) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทย ก่อนและหลังเรียนของกลุ่มควบคุมที่เรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติกลับ พบว่า มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .๐๕ จึงกล่าวได้ว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการเรียนด้วยแผนการจัดการเรียนรู้แบบปกติสูงกว่าก่อนเรียน ( p < .๐๕)








ยอดนิยม