การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2
โดย
kruinfo วันที่ 05 มี.ค. 2555 23:18:16 ดู 293 ครั้ง
ชื่องานวิจัย : การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2
โดย : ปัญญา กาฬหว้า
บทคัดย่อ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาแผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 70/70 เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดการเรียนรู้เรื่องการเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้าน หนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีต่อ การเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้จากหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด จำนวน 22 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2549 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใบงาน แบบสอบถามความพึงพอใจต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้โปรแกรม SPSS for Windows v.11 เพื่อหาค่าความถี่และร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ใช้สถิติแบบที (t-test) ในการเปรียบเทียบผลการจัดการเรียนรู้ก่อนและหลังเรียนและค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามกับผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (IOC) สถิติที่ใช้ประเมินหลักสูตร แบบ P.M (Puissance Measure) ค่าดัชนีประสิทธิผล โดยใช้วิธีของกูดแมน, เฟลคเทอร์ และชไนเดอร์ (Goodman , Flecther and Schneider)
สรุปผลการวิจัย
1. ผลการประเมินหลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 โดยอาศัยแนวคิดในการประเมิน Puissance Measure (P.M) ซึ่งครอบคลุมการประเมิน 3 ด้าน คือ ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และการวัดและประเมินผล ปรากฏว่า ด้านผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง หลักสูตรมีค่า P.M. ของผลการเรียนรู้ที่คาดหวังที่ได้จากการคำนวณ มีค่าเท่ากับ 11.56 มีค่าสูงสุด ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ค่า P.M ของผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ได้จากการคำนวณ หลักสูตรมีค่าเท่ากับ 10.74 มีค่าสูงสุด ด้านการจัดการวัดผลประเมินผล พบว่า ค่า P.M วัดและประเมินผลได้จากการคำนวณ หลักสูตรมีค่าเท่ากับ 11.90 มีค่าสูงสุด ผลการประเมินทั้ง 3 ด้าน ค่า P.M. มีค่าสูงกว่า 10 ซึ่งแปลความหมายตามเกณฑ์การประเมินได้ว่า หลักสูตร มีค่าสูงสุด
2. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 ตามเกณฑ์ 70/70 พบว่า คะแนนจากการทดสอบย่อยในการร่วมกิจกรรมการเรียนการสอนตามแผนการจัดการเรียนรู้ ทั้ง 10 แผน มีค่าเฉลี่ยก่อนเรียน 81.45 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.65 คิดเป็นร้อยละ 77.90 และผลการเรียนรู้หลังเรียนจากแบบทดสอบวัดผลการเรียนรู้ มีค่าเฉลี่ย 32.54 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.21 คิดเป็นร้อยละ 81.35 ดังนั้น แผนการเรียนรู้ มีประสิทธิภาพ 77.90/81.35 แสดงว่า แผนการเรียนรู้ ที่ผู้ศึกษาค้นคว้าสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ เหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการสอนได้อย่างดีและ มีประสิทธิภาพ
3. ผลการวิเคราะห์หาค่าดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรท้องถิ่น กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 ตามเกณฑ์ 70/70 พบว่า แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.43 แสดงว่าผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 43
4. ผลการวิเคราะห์หาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การเพาะเห็ด ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 พบว่า ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนตามแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีเรื่อง การเพาะเห็ด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองนกทา อำเภอเขมราฐ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอุบลราชธานี เขต 2 โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า มีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมาก คือ การใช้วิธีการวัดและประเมินผลตามสภาพที่แท้จริง ทำให้นักเรียนเข้าใจขอบข่ายการทำงานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นักเรียนชอบที่ได้ทราบผลการทำงานทั้งด้านความรู้ กระบวนการและคุณลักษณะที่ดี ในการทำงาน เกณฑ์ที่นำมาใช้ในการประเมินคุณภาพผลงานนักเรียนมีความชัดเจน จนทำให้นักเรียน เห็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพของผลงานได้เป็นอย่างดี การได้ไปศึกษาค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ทำให้นักเรียนเห็นประโยชน์จากการเพาะเห็ด นักเรียนรู้สึกชอบที่ได้ศึกษาเอกสาร หนังสือประกอบประเภทต่าง ๆ อย่างหลากหลาย การได้มีส่วนร่วมในการประเมินผลงานของตนเองตลอดเวลาทำให้นักเรียนมองเห็นจุดเด่น จุดด้อยของผลงานได้เป็นอย่างดี นักเรียนรู้สึกชอบที่ได้เรียนรู้จากเทคนิคการเพาะเห็ด นักเรียนรู้สึกชอบที่ได้เรียนในเรื่องการเพาะเห็ด นักเรียนรู้สึกชอบที่จัดให้เรียนเกี่ยวกับหลักการเพาะเห็ดก่อนที่จะนำไปปฏิบัติ การได้เรียนเรื่องการเพาะเห็ดทำให้นักเรียนรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของการถ่ายทอดหลักสูตรการเพาะเห็ด การได้เรียนรู้เกี่ยวกับหลักการ วิธีการขั้นตอนการเพาะเห็ดช่วยส่งเสริมให้นักเรียนสนุกกับการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น การเรียนโดยการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มช่วยส่งเสริมให้เกิดสัมพันธภาพระหว่างเพื่อนในชั้นเรียนได้ เป็นอย่างดี ใบความรู้ในแต่ละหน่วยมีรายละเอียดที่ชัดเจน ทำให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ ในเนื้อหาสาระที่เรียนได้ เป็นอย่างดี การวางแผนปฏิบัติงานตั้งแต่ขั้นตอนการเตรียมเชื้อเห็ด ปฏิบัติทุกขั้นตอนจนสำเร็จเป็นงานที่ท้าทายความสามารถของนักเรียน นักเรียนชอบที่ได้ปฏิบัติตามลำดับขั้นตอนการเพาะเห็ดโดยการนำไปปฏิบัติจนได้ผลงานที่สำเร็จสมบูรณ์
ข้อเสนอแนะ
1. ข้อเสนอแนะสำหรับการนำไปใช้
1.1 แผนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพ 77.90/81.35 แสดงว่าเป็นไปตามเกณฑ์และสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ คือ 70/70 แสดงให้เห็นว่า แบบฝึกที่ครูสร้างขึ้นได้ดำเนินงานตามกระบวนการและขั้นตอนที่วางแผนไว้ ตลอดจนผู้ปกครองได้มีส่วนช่วยเหลือนักเรียน จึงทำให้นักเรียนมีผลการเรียนรู้สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ผลการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าผลการเรียนรู้ก่อนเรียน ทำให้นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจมาก ดังนั้นผู้ที่เกี่ยวข้องในการจัดการเรียนรู้ จึงควรสนับสนุนให้ครูสร้างนวัตกรรมและสื่อหรือพัฒนาแบบฝึก เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ของผู้เรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้นและเพื่อให้การจัดการเรียนรู้ในรายวิชานั้นประสบผลสำเร็จและมีประสิทธิภาพต่อไป
1.2 การนำแบบฝึกไปใช้ในกระบวนการเรียนการสอน ควรเตรียมในเรื่องต่อไปนี้
1.2.1 ด้านครู
1) ครูควรวิเคราะห์ ศึกษารายละเอียดการเขียนแผนการสอนโดยใช้ แบบฝึก โดยการศึกษาเนื้อหา ขั้นตอนการสอน กิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหา โดยคำนึงถึงความรู้ ความสามารถ และความถนัดของผู้เรียน มีเครื่องมือวัดและประเมินผลในทุกกิจกรรมการเรียนการสอน
2) ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ครูควรมีการทบทวนเนื้อหา และกิจกรรมการจัดการเรียนการสอนก่อนทุกครั้ง
3) ครูควรเพิ่มการบ้านให้นักเรียนที่เรียนอ่อนให้มากขึ้น
1.2.2 ด้านผู้เรียน
1) ควรชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจวัตถุประสงค์ เนื้อหาการจัดการเรียน การสอน
2) ควรมีการแบ่งกลุ่มให้นักเรียนที่เรียนอ่อนและนักเรียนที่เรียนเก่ง คละกันเพื่อให้นักเรียนที่เรียนอ่อนได้ฝึกทักษะด้านการทำใบงาน ครูคอยแนะนำ ช่วยเหลือ
1.2.3 ด้านผู้ปกครองและผู้เกี่ยวข้อง
1) ครูควรแจ้งผลการประเมินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อขอความช่วยเหลือผู้ปกครองในการให้คำแนะนำหรือช่วยเหลือ โดยเฉพาะการทำการบ้าน การฝึกทักษะการใช้แบบฝึกหรือใบงาน
2) ควรมีการจัดประชุมผู้ปกครองให้มีส่วนร่วมในการจัดระบวนการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน
1.3 แผนการจัดการเรียนรู้ ควรปรับปรุงด้านเนื้อหาให้กระชับ และมีกิจกรรมที่สอดคล้องกับเวลาเรียนในแต่ละภาคเรียน เพื่อให้นักเรียนมีความสนใจมากขึ้น ครูควรมีการสอนโดยนำเข้าสู่บทเรียน ครูควรให้นักเรียนเข้าห้องสมุดเพื่อศึกษาเนื้อหาเพิ่มเติม หรือสารคดีที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเพาะเห็ด พัฒนาการของเห็ด หรือสื่อที่เป็นภาพสี วีดีทัศน์หรือดีวีดี มาให้นักเรียนได้ศึกษา
2. ข้อเสนอแนะสำหรับการทำวิจัยครั้งต่อไป
2.1 ควรศึกษาการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นให้ครบทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้และ ทุกช่วงชั้น
2.2 ควรศึกษาการพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่น โดยการนำสื่อประสมมาใช้ในการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยี เรื่อง การดำรงชีวิตและครอบครัวในงานเกษตรและ งานช่างของนักเรียนช่วงชั้นที่ 3 โดยชุดปฏิบัติการ
2.4 ควรศึกษารูปแบบการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงกลุ่มสาระการงานอาชีพและเทคโนโลยีของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยชุดปฏิบัติการและการสอนแบบโครงงาน
ความเป็นมา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2545-2549) ซึ่งมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 ในด้านแนวคิดที่ยึด